学習ログ2

วันนี้ขึ้นรถป็อปไปสยามพร้อมกับกลอย ต่างคนต่างพากันบ่นถึงชะตาชีวิตปี3เอกญี่ปุ่นอันทุกข์ยาก สาหัส แสนเข็ญ(-_-”)

พอดีกลอยแอบเห็นแฟ้มสะสมงานของรุ่นพี่ที่เราไปยืมมาดูเป็นตัวอย่าง ก็เลยคุยกันถึงหัวข้อที่เราทำ

เราบอกกลอยว่าทำเรื่อง 「は」と「が」 กลอยได้ยินดังนั้น ตาก็ลุกโชน 555+ รีบหยิบสัขขุบุงมาถามว่า (T0T)

“ผลงานของเราตรงประโยคนี้ผิดตรงไหน”

ประโยคมีความดังนี้

…夜遅くコンビニやデパート利用する人たち が(は) 少ないのに、 ビルに全階の電気やエアコンをずっと付けっぱなしにすることにより、

エネルギーが大量に使われている。…

อืม อันนี้คิดหนักเลย เพราะตอนแรกที่อ่านเราก็คิดว่าน่าจะต้องใช้ が นี่นา

ด้วยความกระหายใคร่รู้ จึงได้ขอยืมกลอยกลับมาดู แล้วจะหาคำตอบต่อไปว่า ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น

กลอยรอเราหน่อยนะ อย่าเพิ่งหมดหวัง  (Fighting! Fighting!) XD

แล้วพบกันใน作品นะจ๊ะ

は และ が ภาค 2

หลังจากห่างหายไปนาน(พอสมควร ช่วงนี้ยุ่งมากค่าาา)ก็เห็นฤกษ์งามยามดีควรดูงานของตัวเองได้แล้ว

สืบเนื่องจากการอ่านหนังสือที่ยืมกิ๊ฟ กวิตา(อาจารย์สอนญี่ปุ่นในอนาคต)ก็พอจะได้ความเรื่องการใช้ในประโยคหลักและประโยคย่อยดังนี้

1) 母は私が国を出るとき泣きました。

私は国を出るとき泣きました。

จะเห็นได้ว่าในประโยคแรกประธานนประโยคหลักและประโยคย่อยเป็นคนละตัว

ประธานในประโยคหลัก ซึ่งก็คือ แม่ เป็นคนร้องไห้

ส่วนประโยคหลังนั้น ฉัน เป็นผู้ทำกริยาทั้ง 2 เอง มิใช่คนอื่น

(กฏนี้เบสิคมากกกกกกกกกกกกก…คิดว่าทุกคนคงรู้ จึงไม่ขอพูดอารายมาก)

2) 私がいうことをそのまま書きなさい。

夕日が沈むのをじっと見つめていた。

เวลาที่จะขยาย 「こと」 และ 「の」 ข้อให้จำไว้เลยว่าจะต้องใช้ 「が」เสมอ

3) 私が大学に入学したのを喜んでいる。

私は大学に入学したのを喜んでいる。

เรื่องนี้ขอกา***ไว้เลยนะ เพราะผู้เขียนบอกว่าผู้เรียนชาวต่างชาติจะสับสนมาก

อธิบายเลยละกัน ประโยคแรก คือ 「喜んでいる」のは 「私以外の父とか母とか」である。

ส่วนประโยคที่ 2 นั้นมองคร่าวๆก็เหมือนกฏ 1)  แต่

ที่กา* เพราะจากกฏที่ 2 ทำให้เวลาที่เราจะพูดถึงตัวเราเอง เราจะใช้ がขยาย の/ことถูกมั้ย จากกฏข้อ 2 ก็เลยทำให้มีคนแต่งประโยคผิดอยู่มาก

กล่าวคือ จากการที่จะกล่าวว่าตัวเองสอบผ่านและตัวเองดีใจ กลายเป็นว่าคนอื่นดีใจที่เราสอบผ่าน

คือ จากที่ต้องการจะสื่อความหมายประโยคสอง กลายเป็นสื่อความหมายในประโยคแรกซะอย่างนั้น

วันนี้เอาไว้เท่านี้ก่อนละกานนะ ไปทำงานวรรณคดีก่อนจร้าาาาาาาาาาาาา

「~ことになる」

วันก่อนงาน タスク5 ที่อาจารย์ให้แลกกันดูกับเพื่อนในห้อง มีปย.หนึ่งของเราที่ทุกคนถาม คือ

あゆみさんは 空港で友達を見送ることになっていた

ทำไมเราถึงใช้ ことになっていた แทนที่จะใช้ ことになった

เราก็ตอบไม่ได้ง่ะ แต่มีเซนส์ว่าต้องใช้อันนี้ (แรดมั่กT0T)

อาจารย์บอกว่า ถ้าใช้ ことになったจะเป็นการบอกว่าเรามี予定อย่างนั้นก็จริง แต่ไม่ได้บอกผู้อ่านว่าสรุปแล้วเราทำหรือไม่ได้ทำ

แต่ถ้าใช้ ことになっていた ก็แสดงว่า เราบอกไปเลยว่าเรามี 予定 แบบนี้ แต่เราไม่ได้ทำซะงั้น

ก้อเอามาลงเผื่อจามีประโยชน์ต่อใครบ้างอ่าจร้า

(ขอบอกว่าเราทำผิดวัตถุประสงค์ที่อ.กนกวรรณกำหนด รู้สึกแย่อย่างแรงเลย 大失敗-0-”)

บันทึกPortfolio#1

จากวิชา Writing 3  งาน③

จากย่อหน้าที่ 2 ความว่า

“毎日バスに乗っている私はお年寄りや体の不自由な人に席を譲ってあげない人をよく見かけるので、その人たちどうしてそのような行動、考え方をするのかを考えるようになった。”

ต้องใช้ แทน เพราะสังเกตได้ว่าประโยคนี้ ประธานของทั้งประโยคหลักและประโยคย่อย คือ わたし แต่ถูกละเอาไว้ (กฎข้อที่41จากชีทอ.กนกวรรณ)

ทบทวน金田一の動詞の分類

พอเรียนภาษาศาสตร์ 1 จบ ความรู้ก็เริ่มลางเลือนไปพร้อมกับวันเวลา วันนี้อยากรื้อฟื้นความจำ

①「ている」の形にならない動詞 → 状態動詞

例: いる、ある、できる、はなせる、~すぎる など

②「ている」の形になり、(Action in  Progress)であることを表す動詞 =กำลัง/ing. → 継続動詞

例: する見る、食べる 降りる など

③「ている」のかたちになり、動作などが終わってその結果が残っていることを表す動詞 →瞬間動詞/結果動詞

= แสดงผลลัพธ์บางอย่าง  ทำในอดีตมีผลต่อเนื่องมาถึงปจบ.

มี 3 กลุ่ม คือ 1. Motion V.(行く、来る、帰るetc.)

2.V. of  Wearing(かぶる、する、着る、履くetc.)

3. 結婚する、忘れる、開く etc. ซึ่งไม่สามารถระบุจุดเริ่ม(~し始めた) และจุดจบ(~し終わった)ได้

④いつも「ている」の形で使われる動詞 →第四種動詞

例:似る、優れる、とがる、そびえる

*อนึ่ง เมื่อใช้ขยายคำนาม สามารถใช้ได้ทั้งรูป~ている และ~たได้ เช่น 優れた学生

นอกจากกฎของท่านนี้แล้ว ยังมีกฏอื่นอีก

1. Possession, Occupation, Current State of Residence, Habitual action

เช่น 1)父は銀行で働いています。

2)バンコクに住んでいる。

3)毎日バスで学校に行っている。

2.Experience/Record

http://milkymookyajl.wordpress.com/2010/01/10/%e3%80%8c%ef%bd%9e%e3%81%a6%e3%81%84%e3%82%8b%e3%80%8d%e3%81%ae%e7%94%a8%e6%b3%95/

3.บอกเหตุหารณ์ที่ตรงข้ามกับความเป็นจริง

http://milkymookyajl.wordpress.com/2010/01/10/%e3%80%8c%ef%bd%9e%e3%81%a6%e3%81%84%e3%82%8b%e3%80%8d%e3%81%ae%e7%94%a8%e6%b3%95/

เสร็จแล้ว มาเขียนบล็อกรู้สึกว่าทำให้จำได้มากขึ้นนะนี่ ^0^

「~ている」の用法

วันก่อนเรียนการใช้ 「~ている」 ในรูปแบบที่ไม่เคยเรียนและรู้มาก่อน มาดูกัน

อันแรก การใช้  「~ている」 เพื่อแสดงExperience/Record

เป็นการแสดงความสด และเพื่อเก็บความชุ่มฉ่ำของข้อมูล  มักใช้กับสถิติ, บันทึก หรือปวศ.

เช่น 彼女は去年日本に10回行っています。

モーツアルトはたくさんのオペラを作曲しています。

อันที่สอง *การใช้  「~ている」 กับเหตุการณ์ที่ตรงข้ามกับความเป็นจริง  อันนี้ไม่มีในหนังสือ ต้อง จำ จำ จำ

มีฟอ์มการใช้แบบนี้  (もし)~すれば/したら、 ~している 。ในกรณีพูดถึงเรื่องอนาคต

เช่น あなたが結婚するころには私はもう死んでいる。

(もし)~すれば/したら、 ~していた 。ในกรณีพูดถึงเรื่องในอดีต

เช่น  もしその車に乗ったら、死んでいた。(ถูกมั้ยเนี่ย?)

อันที่สาม เราจะไม่ใช้ 「~ている」กับกริยาที่อยู่ในกลุ่ม 瞬間動詞/結果動詞 เมื่อต้องการแสดงระยะเวลา(期間)ของการทำกริยานั้น

แต่เราจะใช้รูปนี้แทน ~して(から) + 期間 + になります。

เช่น  結婚して3年になります。 ไม่ใช่ 3年間結婚しています。

*อนึ่ง ในการแสดงระยะเวลา เราจะไม่ใส่คำว่า ( 間 ) ลงไป

なぜ&どうして

วันก่อนอ่านหนังสือเล่มนึงมา มีประเด็นเรื่อง なぜ&どうして สงสัยเหมือนกันว่ามันใช้ได้เหมือนกันหรือไม่

คำตอบก็คือ ได้

ในภาษาอังกฤษ  なぜ ก็คือ Why

ส่วน どうして ก็คือ How come  นั่นเอง

ตัวอย่างเช่น มีคนขอร้องให้เราเอาของนี้ไปให้เพื่อนอีกคน ถ้าเราถามกลับไปว่า なぜหรือどうして ก็แปลว่าเรายินดีจะทำ หรืออาจจะหมายถึงเราปฏิเสธก็ได้ ให้ดูประโยคที่ตามมา

ในกรณีที่เราอยากจะปฏิเสธคำขอร้อง ซึ่งเราไม่สามารถหรือไม่สะดวกจะพูดเหตุผลของเราเองได้ เราอาจใข้คำว่า どうしても

เช่น น้องสาวขอให้พี่สาวเล่นด้วย พี่ก็ปฏิเสธน้องเล็กว่าไม่ น้องก็ถามกลับมาว่า ”どうして” พี่ก็ตอบไปว่า ”どうしても”

助詞「は」と「が」の相違

รู้สึกว่าไม่ได้เข้ามาเขียนรีวิวนานแล้ว วันนี้เลยขอชะแว้บมาพูดเรื่อง はกับ が ที่ได้เรียนมาเมื่อวันอังคารที่ผ่านมาละกัน

「……..は + สิ่งที่ไม่รู้」 แต่    「สิ่งที่ไม่รู้ + が……..」

ข้างหลัง は  จะตามด้วยข้อมูลใหม่ หรือสิ่งที่ไม่รู้

ข้างหน้า が เป็นข้อมูลใหม่สิ่งที่ไม่รู้

ลองสังเกตประโยคต่อไปนี้

① こちらは山田さんです。

ทางด้านนี้คือคุณยามาดะ

= ผู้ฟังยังไม่ทราบว่าผู้นี้ชื่ออะไร

② こちらが山田君です。

คุณยามาดะคือท่านผู้นี้

= ผู้ฟังเคยได้ยิน หรือรู้เกี่ยวกับตัวคุณยามาดะแต่ไม่ทราบว่าคือผู้ใดแน่

ลองมาดูอีกตัวอย่างกันนะ

จาก ① จะเห็นได้ว่า สิ่งที่ต้องการบอก คือ “พรุ่งนี้จะไปโตเกียว” เป็นเสมือนการตอบคำถามว่า

田中さんは明日何をしますか。         “คุณทานะกะพรุ่งนี้จะทำอะไร”         หรือ

田中さんは明日どこへ行きますか。 ”คุณทานะกะพรุ่งนี้จะไปไหน”    หรือ

田中さんはいつ東京へ行きますか。  “คุณทานะกะจะไปโตเกียวเมื่อไร”

จาก ② จะเห็นได้ว่าสิ่งที่ต้องการบอกคือ  “คุณทานะกะ”  เป็นผู้ที่จะไปโตเกียวพรุ่งนี้ เป็็นการตอบคำถามว่า “ใครจะไปโตเกียวพรุ่งนี้”

誰が明日東京へ行きますか。

นอกจากนี้ ยังมีการใช้ が ตอนจบเรื่อง เพื่อบ่งบอกว่าที่เราพูดมาทั้งหมดนั้นคือสิ่งที่อยู่ข้างหน้า ใจความหลักอยู่ข้างหน้านั่นเอง

ตัวอย่างเช่น 彼らに歌には現実の体験に基づかず空想的に作り上げた世界を詠んだものが多くみられた。

それが 『新古今和歌集』の大きな特徴になっている。(จากวิชาวรรณคดี)

Task2

ความรู้สึก สิ่งที่ได้เรียนรู้ และสิ่งที่ยังมีข้อสงสัยจากการทำ タスク2「それは秘密です」    ก็คือ

ความรู้สึกหลังจากถอดเทปและฟังเสียงที่อัด

1. รู้สึกว่าตัวเองไม่สามารถสื่อสิ่งที่ต้องการออกมาได้อย่างชัดเจน  ซึ่งเป็นปัญหากับตัวเองมานานแล้ว โดยส่วนตัวเห็นว่า เพราะไม่ค่อยได้ฝึกพูดกับใคร

2.ยังใช้ภาษาญี่ปุ่นเหมือนเด็กๆเริ่มเรียนอยู่ คือ มักจะจบด้วย です*ますทำให้ฟังดูน่าเบื่อ ไม่ดึงดูด ดูเป็นทางการอีกด้วย ง่ายๆก็คือไม่ได้มันส์เอาซะเลย เซรง

และบางประโยคดูเป็นタイっぽい เช่น 秘密が話したいと思います(อุบาทมาก แต่พอดีหน้าด้านเลยกล้าเอามาให้ดูกัน)

3.มีการใช้ไวยากรณ์และคำช่วยผิดอยู่หลายที่ นอกจากนี้ยังรู้สึกว่าตัวเองรู้ศัพท์น้อย เช่น ウィっグを付ける –> かつらをかぶる

4.พูดตะกุกตะกัก และใช้คำเกริ่นอย่างあのうมากเกินความจำเป็น นอกจากนี้นึกว่าตัวเองเล่าเรื่องผีซะมากกว่า

5.อันนี้ข้อดีของตัวเอง555+ รู้สึกว่าใช้สันธานได้ดีขึ้นหลังจากที่ได้เรียนเพิ่มเติมจากวิชาJap Conver ทำให้เนื่อเรื่องไม่สะดุดมาก(ก็ยังมีสะดุดอ่า เพราะพูดตะกุกตะกัก)

สิ่งที่ได้เรียนรู้

จากการพูดคุยกับเพื่อนๆในชั้น การฟังอาจารย์กนกวรรณอธิบาย และฟังเสียงอัดของอาจารย์ชาวญี่ปุ่นทั้ง2 ก็พบทางสว่าง

1.การใช้กลวิธีメタ言語 ในการเล่าเรื่อง ถือเป็นสิ่งสำคัญ เพราะนอกจากจะทำให้น่าสนใจ และดึงดูดผู้ฟังแล้ว ยังทำให้การเล่าเรื่องดูเป็นธรรมชาติ ไม่ติดขัด

เช่น ねえ、ねえ聞いてよ。/ねえ、ねえ知ってる?

どうと思う?/次(最後)どうと思う?/どうになったと思う?

大ピンチでしょ?

面白かったでしょう?

2.เวลาเล่าเรื่องจบ ควรมีการสรุปเรื่องด้วย เช่น .......と思わない。/.......でしょう。(ได้ข่าวว่าทุกคนในห้องไม่มีใครสรุปเลย ได้แต่ปล่อยคาให้คนฟังคิดซะงั้น)

3.การใช้受身ในการเล่าเรื่อง จะทำให้ภาษาของเราดู自然มากขึ้น เช่น 昔の写真を見られないように/彼氏に昔の写真を見られちゃった。(อันนี้ของเราเอง 55+)

4.การใช้擬音語/擬態語จะทำให้เรื่องมีสีสัน ช่วยสร้งจินตภาพและดู自然มากขึ้น เช่น 彼の頭もつるつるぴかぴかだったの。(แหมเห็นภาพเลย เงาวิ้งลื่นซะ พี่โล้น555+)

5.คำเชื่อมทีนิยมใช้ในการเล่าเรื่องที่พบบ่อย คือ つまり、それだかれเป็นต้น

6.คำลงท้ายประโยคแทน ใช้です*ますเพราะจะทำให้ภาษาลำลองเหมาะกับการเล่าเรื่องด้วย เช่น のよ、の、のね(หญิงดีเนอะ)

ข้อสงสัย

1.จะสังเกตเห็นได้อย่างชัดเจนว่าทุกคนในห้อง ยกเว้นพี่เทพกับอาจารย์ จะใช้คำว่า はげだที่แปลว่าหัวล้าน เล่าออกมาตรงๆ ถ้าเป็นภาษาไทยก็คงบอกว่าหัวล้านเช่นกัน เลยสงสัยว่าถ้าพูดว่าหัวล้านแล้วมันเป็นไง แรงไปหรือ รึว่าเขาไม่ใช้ในการเล่าเรื่อง

2.หลังจากฟังอัดเสียงของอาจารย์いわい จะเห็นได้ว่าอาจารย์ใช้ わけกับさ ออกมาบ่อย เช่น 彼女はきっと振られるだろうなと追ったわけ。わけในที่นี้คืออะไร และ

いがいに彼氏の方は平気でซึ่งทั้ง2คำนี้เราก็ได้ยินบ่อยมากกกกกก แต่ใช้ไม่เป็น

มีนิดนึงส์ วันก่อนคุยกับคนญี่ปุ่นว่าแล้วก็เลยถามเรื่องการใช้さ เค้าก็ตอบกลับมาดังนี้

Q:だってさとあのさ どんな場面によく使うの?

A:ใช้เหมือนกับあのね เวลาที่จะเรียกความสนใจคนอื่นให้มาฟังเรา「呼びかけ」พูดอีกอย่างคือ เป็น 切り出しの表現นั่นเอง

แต่ไม่รู้ว่าถูกหรือเปล่านะ555+

Task 1

จากกิจกรรมที่ผ่านมา นิสิตรู้สึกว่านิสิตมีพัฒนาการในการเขียนอีเมลล์ที่ดีขึ้น กล่าวคือ

ครั้งที่1 การใช้ภาษาของนิสิตยังไม่ถูกต้องและไม่เหมาะสม

ครั้งที่2 เนื่องจากศึกษาตัวอย่างที่อาจารย์ให้ไว้ก่อนเริ่มเขียนจริง จึงทำให้การใช้ภาษามีความเหมาะสมและถูกต้องมากขึ้น และยังมีการใช้รูปแบบประโยคใหม่ๆ

ครั้งที่3 รู้สึกอีเมลที่ปรับปรุงและแก้ไขมาแล้ว2ครั้งนั้น เนื้อหามีระบบ อ่านง่าย ภาษาดูสวย รู้สึกพอใจกับผลงานชิ้นสุดท้ายมาก

จากการปรับปรุงแก้ไข การปรึกษากับเพื่อนร่วมชั้นและครูผู้สอน  และการศึกษาการเขียนอีเมลล์เพิ่มเติม ทำให้นิสิตรู้จักสำนวน รูปแบบประโยคใหม่ๆ และไอเดียใหม่ๆ ยกตัวอย่างเช่น いい経験になる นั้น นิสิตไม่ควรใส่เข้าไปเพราะมีความหมายไม่ชัดเจน ไม่ได้แสดงให้ผูอ่านรู้ว่าอย่างไร

หรือ ไม่สามารถใช้ 助かると思います。 ในงานเขียนกับคนที่เราไม่สนิท

หรือ การเรียนรู้วิธีการแสดงความปรารถนาของตนต่อคู่สนทนาอย่างอ้อมๆตามแบบคนญี่ปุ่น  จะทำให้ดูนุ่มนวนมากขึ้น   個人レッスンを受けたいと思いました

การใช้สำนวน お手数ですが เวลาที่เราจะต้องรบกวนผู้อื่น

การใช้สำนวน เพื่อเป็นการกล่าวอ้างถึงสิ่งบางสิ่ง …とのことでしたので (According to) ซึ่งนิสิตไม่เคยพบมาก่อนและนิสิตจะนำไปใช้ในโอกาสต่อไป

การใช้สำนวน お返事は急ぎませんが แทน お返事を待っていますが เพื่อแสดงความเกรงใจและไม่ได้เร่งหือบังคับให้เขาตอบ ซึ่งนิสิตก็ไม่เคยเห็นประโยคนี้มาก่อนเช่นกันและนิสิตจะนำไปใช้ในโอกาสต่อไป

  นอกจากนี้ยังได้มีโอกาสนำประโยคที่เรียนมาในวิชาJapanese Conversation 3 อย่าง  将来の仕事の幅เが広がると思います มาใช้ในงานเขียนอีเมลล์นี้ได้อีกด้วย

ทำให้ได้นำความรู้ที่เรียนมาประยุต์ใช้ทำให้ไม่สูญเปล่า

และโอกาสหน้านิสิตจะใส่ใจเรื่องการใช้คำช่วย ตามที่อาจารย์แนะนำมามากขึ้น

Follow

Get every new post delivered to your Inbox.