
ความรู้สึก สิ่งที่ได้เรียนรู้ และสิ่งที่ยังมีข้อสงสัยจากการทำ タスク2「それは秘密です」 ก็คือ
ความรู้สึกหลังจากถอดเทปและฟังเสียงที่อัด
1. รู้สึกว่าตัวเองไม่สามารถสื่อสิ่งที่ต้องการออกมาได้อย่างชัดเจน ซึ่งเป็นปัญหากับตัวเองมานานแล้ว โดยส่วนตัวเห็นว่า เพราะไม่ค่อยได้ฝึกพูดกับใคร
2.ยังใช้ภาษาญี่ปุ่นเหมือนเด็กๆเริ่มเรียนอยู่ คือ มักจะจบด้วย です*ますทำให้ฟังดูน่าเบื่อ ไม่ดึงดูด ดูเป็นทางการอีกด้วย ง่ายๆก็คือไม่ได้มันส์เอาซะเลย เซรง
และบางประโยคดูเป็นタイっぽい เช่น 秘密が話したいと思います(อุบาทมาก แต่พอดีหน้าด้านเลยกล้าเอามาให้ดูกัน)
3.มีการใช้ไวยากรณ์และคำช่วยผิดอยู่หลายที่ นอกจากนี้ยังรู้สึกว่าตัวเองรู้ศัพท์น้อย เช่น ウィっグを付ける –> かつらをかぶる
4.พูดตะกุกตะกัก และใช้คำเกริ่นอย่างあのうมากเกินความจำเป็น นอกจากนี้นึกว่าตัวเองเล่าเรื่องผีซะมากกว่า
5.อันนี้ข้อดีของตัวเอง555+ รู้สึกว่าใช้สันธานได้ดีขึ้นหลังจากที่ได้เรียนเพิ่มเติมจากวิชาJap Conver ทำให้เนื่อเรื่องไม่สะดุดมาก(ก็ยังมีสะดุดอ่า เพราะพูดตะกุกตะกัก)
สิ่งที่ได้เรียนรู้
จากการพูดคุยกับเพื่อนๆในชั้น การฟังอาจารย์กนกวรรณอธิบาย และฟังเสียงอัดของอาจารย์ชาวญี่ปุ่นทั้ง2 ก็พบทางสว่าง
1.การใช้กลวิธีメタ言語 ในการเล่าเรื่อง ถือเป็นสิ่งสำคัญ เพราะนอกจากจะทำให้น่าสนใจ และดึงดูดผู้ฟังแล้ว ยังทำให้การเล่าเรื่องดูเป็นธรรมชาติ ไม่ติดขัด
เช่น ねえ、ねえ聞いてよ。/ねえ、ねえ知ってる?
どうと思う?/次(最後)どうと思う?/どうになったと思う?
大ピンチでしょ?
面白かったでしょう?
2.เวลาเล่าเรื่องจบ ควรมีการสรุปเรื่องด้วย เช่น .......と思わない。/.......でしょう。(ได้ข่าวว่าทุกคนในห้องไม่มีใครสรุปเลย ได้แต่ปล่อยคาให้คนฟังคิดซะงั้น)
3.การใช้受身ในการเล่าเรื่อง จะทำให้ภาษาของเราดู自然มากขึ้น เช่น 昔の写真を見られないように/彼氏に昔の写真を見られちゃった。(อันนี้ของเราเอง 55+)
4.การใช้擬音語/擬態語จะทำให้เรื่องมีสีสัน ช่วยสร้งจินตภาพและดู自然มากขึ้น เช่น 彼の頭もつるつるぴかぴかだったの。(แหมเห็นภาพเลย เงาวิ้งลื่นซะ พี่โล้น555+)
5.คำเชื่อมทีนิยมใช้ในการเล่าเรื่องที่พบบ่อย คือ つまり、それだかれเป็นต้น
6.คำลงท้ายประโยคแทน ใช้です*ますเพราะจะทำให้ภาษาลำลองเหมาะกับการเล่าเรื่องด้วย เช่น のよ、の、のね(หญิงดีเนอะ)
ข้อสงสัย
1.จะสังเกตเห็นได้อย่างชัดเจนว่าทุกคนในห้อง ยกเว้นพี่เทพกับอาจารย์ จะใช้คำว่า はげだที่แปลว่าหัวล้าน เล่าออกมาตรงๆ ถ้าเป็นภาษาไทยก็คงบอกว่าหัวล้านเช่นกัน เลยสงสัยว่าถ้าพูดว่าหัวล้านแล้วมันเป็นไง แรงไปหรือ รึว่าเขาไม่ใช้ในการเล่าเรื่อง
2.หลังจากฟังอัดเสียงของอาจารย์いわい จะเห็นได้ว่าอาจารย์ใช้ わけกับさ ออกมาบ่อย เช่น 彼女はきっと振られるだろうなと追ったわけ。わけในที่นี้คืออะไร และ
いがいに彼氏の方は平気でさซึ่งทั้ง2คำนี้เราก็ได้ยินบ่อยมากกกกกก แต่ใช้ไม่เป็น
มีนิดนึงส์ วันก่อนคุยกับคนญี่ปุ่นว่าแล้วก็เลยถามเรื่องการใช้さ เค้าก็ตอบกลับมาดังนี้
Q:だってさとあのさ どんな場面によく使うの?
A:ใช้เหมือนกับあのね เวลาที่จะเรียกความสนใจคนอื่นให้มาฟังเรา「呼びかけ」พูดอีกอย่างคือ เป็น 切り出しの表現นั่นเอง
แต่ไม่รู้ว่าถูกหรือเปล่านะ555+